หน้าหลัก > ร้านอาหาร > รายชื่อร้านอาหาร >



โฆษณา




เดอะ โลเคิล บาย ออมทอง The Local by Oamthong Thai Cuisine (สุขุมวิท 23)

      

รายละเอียดร้าน :

เดอะ โลเคิล บาย ออมทอง The Local by Oamthong Thai Cuisine (สุขุมวิท 23) The Local เป็นร้านอาหารไทยแท้ๆ เน้นไปทางอาหารพื้นบ้านทั้งสี่ภาคแต่จะเด่นไปที่อาหารภาคใต้นิดหน่อย ในส่วนของตัวร้าน The Local นั้นถูกออกแบบให้คงความเป็นไทยโบราณแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความร่วมสมัย ทั่วทั้งร้านประดับตกแต่งอย่างประณีตละเอียดบรรจง

ที่อยู่ 32-32/1 สุขุมวิท 23 คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110  
พิกัด GPS Lat:13.740369948342167 , Long:100.56337594985962
การติดต่อ 02-664-0664, 02-664-3360-1
Website http://www.facebook.com/thelocalcuisine
เมนูแนะนำ ปลาตะเพียนต้มเค็ม แกงรัญจวนเนื้อ แกงคั่วไก่บ้านข่าอ่อน แกงไตปลา เหลียงผัดไข่
ส่วนลด
รายการที่1-12 จาก 54
รายการที่1-12 จาก 54

เดอะ โลเคิล บาย ออมทอง The Local by Oamthong Thai Cuisine (สุขุมวิท 23)


แสนจะเรียบง่าย ราวกับชาวบ้าน
สร้างสรรค์วิถีอาหาร จากอดีตสู่ปัจจุบัน
ดังเช่นไทยแท้แต่โบราณกาล
ชาญฉลาดปราชญ์ศาสตร์อาหารไทย


The Local เป็นร้านอาหารไทยแท้ๆ เน้นไปทางอาหารพื้นบ้านทั้งสี่ภาคแต่จะเด่นไปที่อาหารภาคใต้นิดหน่อย เนื่องจากเชฟแคนมีคุณแม่เป็นคนจังหวัดตรัง คุณพ่อเป็นคนจังหวัดราชบุรี จึงเริ่มกิจการร้านอาหารครั้งแรกที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จนมาถึงกรุงเทพเป็นที่รู้จักกันดีในนาม ร้านนาจ ที่มีบุคคลมีชื่อเสียงหลายท่านแวะเวียนมาตลอด ยกตัวอย่างบุคลที่เด่นๆ เช่น มล.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ก็แวะเวียนมา นับได้ว่ากิจการร้านอาหารของครอบครัวเชฟแคนนั้นไปได้สวยและไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วยความที่เชฟแคนคลุกคลีอยู่กับร้านอาหารมานาน สั่งสมประสบการณ์การทำอาหารมาตลอดชีวิตจากการเข้าครัวกับผู้ใหญ่ในครอบครัวที่เป็นคนโบร่ำโบราณแท้ๆ ทำให้เชฟแคนสนใจเป็นอย่างมากที่จะเรียนต่อทางด้านอาหารอย่างจริงจังที่สถาบันทางด้านอาหารที่ชื่อ Culinary Institute of America ซึ่งเป็นสถาบันอันดับต้นๆของโลก ที่ขึ้นชื่อว่ามีแค่เงินอย่างเดียวเรียนไม่ได้ ต้องมีความอดทน ความขยัน ฝีมือ ความรักความเอาใจใส่ และต้องแน่นภาษาด้วย เพราะตลอดเวลาต้องใช้ภาษาอังกฤษ และสรรพทางด้านอาหารที่เป็นภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น ตลอดจนยังต้องแข่งขันและร่วมงานกับชาวต่างชาติ ที่มาจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้การเรียนทำอาหารของที่นี่หนักหน่วงและจริงจังมาก จนกลายเป็นสถาบันระดับต้นๆที่ดังไปทั่วโลก จากวันนั้นจนวันนี้มาถึงคราวที่เชฟแคนต้องเข้ามาดูแลกิจการด้วยตัวเองจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนห้องครัว เพราะเชฟแคนต้องเข้าครัวเองทุกวันคัดสรรวัตถุดิบชั้นยอดที่หายาก จากตลาดหลายๆที่ มารวมไว้ที่ร้าน ปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยประสบการณ์และสูตรอาหารที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น เพื่ออนุรักษ์สิ่งล้ำค้าที่กำลังจะจางหายไปเอาไว้ และเพื่อสิ่งที่ดีทีสุดเช่นนี้ไม่ให้ศูนย์หายไปจากเมืองไทย ให้ต่างชาติได้รู้ว่าอาหารไทยของเรานั้นเป็นที่หนึ่งเรื่อยมาได้อย่างไร




ในส่วนของตัวร้าน The Local นั้นถูกออกแบบให้คงความเป็นไทยโบราณแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความร่วมสมัย ทั่วทั้งร้านประดับตกแต่งอย่างประณีตละเอียดบรรจง เชฟแคนหยิบยกเรื่องราวในสมัยโบราณมาเล่าเรื่องให้ห้องหับต่างๆดูมีลูกเล่นสมกับเป็นห้องระดับ V.I.P เพื่อเปิดรับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติได้อิ่มท้องและซึมซับความเป็นไทยได้จากบรรยากาศของแต่ละส่วน เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่การใส่ใจในเรื่องของอาหารแต่เพียงอย่างเดียวยังฝังรากลึกความรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นไทยลงไปให้แขกผู้มาเยือนได้อย่างสนิทใจ





โซนห้องอาหารของที่ร้านมีทั้งหมด 2 โซน โซนแรกคือ Local Zone บ้านสองชั้นแบ่งเป็นส่วนของในร่มและกลางแจ้ง สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้รองรับกิจกรรมต่างๆได้สะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นงานหมั้น งานแต่งงานขนาดย่อมๆซึ่งรองรับได้โดยประมาณ 50 โต๊ะเลยทีเดียว (ขอกระซิบบอกสักนิดว่าที่นี่เคยถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรจัดงานแต่งงานด้วย สวยขนาดไหนคุณอาจจะต้องลองมาดูด้วยตาตนเองพร้อมกับคู่ของคุณ)




ในส่วนของโซนที่สองนั้น คือ V.I.P Zone ถูกแบ่งออกเป็น 4 ห้อง 4 เรื่องราวที่เชฟแคนบรรจงเติมแต่ง ห้องที่ 1 บอกเล่าเรื่องราวของรัชกาลที่ 2 โดยใช้บทกลอนกาพน์เห่เรือเครื่องคาวหวานเป็นจุดเด่น , ห้องที่ 2 เชฟแคนรับแรงบันดาลใจมาจากตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตกแต่งลูกเล่นของผ้าและสีสันของห้องได้อย่างลงตัว ,ห้องที่ 3 กล่าวถึงการเสด็จประภาสต้นดูวิถีชาวบ้านของรัชกาลที่ 5 เอกลักษณ์ของห้องนี้คือการนำภาพถ่ายพระบรมฉายาลักษณ์ในอิริยาบถต่าง ๆ ของท่านมาตกแต่ง , ห้องที่ 4 นี้เป็นห้องที่เชฟแคนจะทำการสาธิตการปรุงอาหารให้กับผู้ที่สนใจได้รับชมกัน




นอกจากนี้ยังมีส่วนของห้องแสดงผ้าไหมนาจ คอลเล็กชั่น (Naj Collection) คุณสามารถซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของที่ระลึกหรือของฝากให้ญาติผู้ใหญ่ได้ด้วยและยังมีพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมๆให้ได้เดินชมของเก่าแก่ไม่ว่าจะเป็นหนังสือสอนทำอาหารเล่มแรกของไทย หม้อไถ้ ข้าวของเครื่องใช้โบราณที่คุณอาจจะไม่เคยพบเห็นที่ไหนเป็นต้น แรกได้ว่า ร้าน The Local เป็นสถานที่ที่คุณมาแล้วอิ่มท้องแล้วยังอิ่มเอมใจได้พอดูเลยละ




สุดท้ายที่ขาดไม่ได้ต้องเอ่ยถึง “เรื่องของอาหาร” The Local รวบรวมอาหารที่คุณหาทานที่ไหนไม่ได้หรือหายากจนคุณอาจไม่คิดจะหามาทาน รวมไปจนถึงอาหารจานธรรมดาเฉกเช่นข้าวราดแกงตามข้างทางฟุตบาตแต่สิ่งที่แตกต่างกันชัดเจนคือคุณภาพและรสชาติของอาหารถูกปรุงแต่งให้มีความดั่งเดิมมากที่สุดเท่าที่เชฟแคนจะศึกษาจากแหล่งข้อมูลโบราณเก่าแก่ได้




ครั้งนี้เมนูที่ได้รับการถูกแนะนำจากเชฟแคนว่าเป็นที่สุดของที่ร้านนั้น คือ “ปลาตะเพียนต้มเค็ม” ปลาตะเพียนได้ชื่อว่าเป็นปลาที่ทานยาก ก้างเยอะ เนื้อมีกลิ่นคาวตามประสาปลาน้ำจืด แต่เชฟแคนสร้างสรรค์อาหารจากเนื้อปลาตะเพียนได้อย่างสุดพิเศษ เนื้อปลาเนียนนุ่มไม่เละแต่ละลายในปาก ก้างและหัวสามารถทานได้เลยสบายๆ ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่นิดเดียว รสชาติกลมกล่อมนุ่มนวลไม่แหลมไปทางรสใดรสหนึ่งต่างจากที่เคยได้ทานมา และที่สำคัญก็คือที่นี่จะใช้แค่ปลาตะเพียนตัวเมียเท่านั้น ไข่ของมันเมื่อทานกับซอสจะหวานมันกำลังดี เพราะฉะนั้นหากโต๊ะไหนที่สั่งแล้วได้ปลาตัวที่ไม่มีไข่ เชฟแคนบอกมาว่าทางร้านยินดีมากๆที่จะเปลี่ยนตัวใหม่ให้ทันที ของอร่อยๆทางร้านอยากให้ได้กินกันทุกคนครับ



“แกงรัญจวนเนื้อ” สูตรของ มล. เนื่อง นิลรัตน์ เขียนไว้ในหนังสือชีวิตในวังเล่มที่สอง เป็นอาหารในวังแท้ๆ หาทานค่อนข้างยากมาก และน้อยคนมากที่จะรู้จัก รสชาติกลมกล่อมหอมกะปิชั้นดี เนื้อวัวนุ่มชิ้นพอดีคำ รสชาติเข้ากับสมุนไพรต่างๆ ตักทานทั้งเนื้อทั้งน้ำและสมุนไพรต่างๆภายในคำเดียวรสชาติอร่อยจนบรรยายไม่ถูกเลย เป็นแกงที่มีรสกลมกล่อมไปทางเปรี้ยวนิดๆเผ็ดกลางๆ มีกลิ่นหอมของกะปิชั้นดีที่ทางร้านคัดสรรมาเป็นอย่างดี สำหรับคนที่ชอบลองของแปลกหรือหาทานยาก จานนี้ถ้าลองแล้วจะไม่ผิดหวัง




“แกงคั่วไก่บ้านข่าอ่อน” จานนี้หน้าตาของมันเป็นแกงกะทิสีเหลืองอ่อนๆ ดูธรรมดาไม่น่าจะมีอะไรพิเศษ เมื่อได้ทานจานนี้เข้าไปก็ต้องเปลี่ยนความคิดตัวเองใหม่ว่ามันไม่ธรรมดาอีกแล้ว รสชาติที่กลมกล่อมแบบเบาๆ ไม่เผ็ดไม่รสจัดแต่กินแล้วหยุดที่จะกินคำต่อไปไม่ได้ มันมีรสชาติที่เข้ากับมะพร้าวอ่อนและข่าอ่อน เมื่อกัดไปแล้วรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก และยังมีส่วนผสมของหยวกกล้วยอ่อนๆซึ่งถ้าถามถึงคนสมัยโบราณจะต้องรู้จักเป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันนี้ไม่รู้จะไปหากินได้จากที่ไหนในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยอาหารไทยประยุกต์และอาหารฝรั่งที่เรียงรายเต็มไปหมดเช่นนี้ ถ้ามีไข่ปลาคาเวียร์ให้เลือกอยู่ตรงหน้า ผมก็จะขอเลือกจานนี้ดีกว่า




“แกงไตปลา” แกงไตปลาเป็นอาหารขึ้นชื่อลำดับต้นๆที่ขาดไม่ได้ แกงนั้นต้องเผ็ดและของที่นี่จัดว่าเผ็ดสมกับที่เป็นแกงไตปลา แต่ไม่เผ็ดซะจนลิ้นชาจนคนภาคอื่นทานไม่ได้ เพื่อให้สามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติความอร่อยของวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี แต่ถ้าต้องการแบบเผ็ดจัดแบบคนใต้รักเผ็ดขอให้กระซิบบอกพนักงานไปรับลองว่าได้ใจแน่นอนเพราะคุณพ่อเจ้าของร้านเราก็มาจากตรังนี่นะ เพราะฉะนั้นแกงไตปลาร้านนี้ หรอยจริงๆ(อร่อยจริงๆ) จากการหาส่วนผสมวัตุดิบของผู้รู้อาหารใต้ เข้าใจวิธีการทำอาหารเป็นอย่างดีเยี่ยม แถมยังใส่ความรักและความปราณีตลงไปด้วย




“เหลียงผัดไข่” อาหารง่ายๆรสชาติที่ใครก็ทานได้ ต่างจากวัตถุดิบที่หายากเช่นนี้บอกตามตรงว่าไม่รู้จะไปหาทานที่ไหนจริงๆ ส่วนตัวเคยไปเดินหาผักเหลียงนี้ในตลาดใหญ่ๆอย่างคลองเตยยังหายากเลย หน้าตาของมันเป็นผักใบเขียวหน้าตาธรรมดา แต่สรรพคุณไม่ธรรมดา ยิ่งได้ทานแบบอร่อยๆ หอมกระทะนิดๆผัดออกมาได้พอดี มันๆนุ่มๆตัดกับอาหารใต้รสเผ็ดอื่นๆ ช่างเป็นอะไรที่เหมาะเจาะเสียจริง ทานได้ทุกเพศทุกวัย และคลองใจทุกคนอย่างแน่นอน




FoodTravel.tv ต้องยอมรับและชื่นชมเชฟแคนมากๆ แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง จบจากโรงเรียนสอนทำอาหารเมืองนอกเมืองนา แต่ก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะสืบสานวัฒนธรรมดีๆของคนไทยให้คงอยู่และถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้คนที่ต้องการได้อย่างไม่ห่วงวิชาอีกด้วย แม้ขณะที่ไปที่ร้านนั้นเชฟแคนจะวุ่นวายกับการตอนรับลูกค้าและสื่อมวลชนจากต่างประเทศ แต่ก็ยังให้ความเป็นกันเองกับผมและทีมงานได้อย่างดีต้องขอบพระคุณจากใจจริงรวมถึงคุณเฟิร์น PR สาวแสนน่ารักของทางร้านด้วยครับ




หากท่านใดสนใจตามรอย FoodTravel.tv ไปที่ร้าน The Local by Oamthong Thai Cuisine ละก็การเดินทางนั้นสะดวกสบายอยู่กลางใจเมืองย่านเศรษฐกิจเลย ที่อยู่ 32-32/1 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการทุกๆวัน แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา กลางวัน 11.30 น. – 14.30 น. และช่วงเย็น 17.30 น.- 23.30 น. สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-664-0665 หรือ www.facebook.com/thelocalcuisine 
 
 Eat OutEditor
วันที่โพส     30/07/2012 เวลา 17:47:50 ( เมื่อ 813 วันที่แล้ว)
แก้ไข         31/07/2012 เวลา 18:08:18 ( เมื่อ 812 วันที่แล้ว)

แก้ไขโดย Cuisinier

    
 
13/06/2013 1:52
ไปทานมาแลัวผิดหาังมากใม่อร่อยเลยค่ะไม่มีอใรที่ประทับใจเลยไม่ว่าการตบแต่งร้านการออกอาหารไป10คนจ่ายไป12000 บาท!!