รายละเอียดจังหวัด
ธรรมชาติน่ายล ภูมิพลเขื่อนใหญ่ พระเจ้าตากเกรียงไกร เมืองไม้และป่างาม
ตากเป็นจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่าง เดิมชื่อว่า “เมืองระแหง” เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจึงได้มีการย้ายตัวเมืองตากจากฝั่งขวาของแม่น้ำปิงมายังฝั่งซ้าย ณ บริเวณตำบลบ้านระแหงในปัจจุบัน
ด้วยประวัติความเป็นมาอันยาวนานทำให้ตากเต็มไปด้วยเรื่องราวและสถานที่ที่น่าสนใจ เช่น ในด้านของสถาปัตยกรรม มีเจดีย์และวัดศิลปะแบบมอญ ซึ่งจากหลักฐานงานศิลป์เหล่านี้ทำให้รู้ได้ว่า ตากเป็นเมืองที่มีชาวมอญอาศัยอยู่ตั้งแต่อดีต นอกจากนี้ก็มีวัดวาอารามศิลปะแบบไทยสมัยสุโขทัยและอยุธยา รวมถึงตึกรามบ้านช่องรูปทรงคลาสสิกสไตล์ยุโรป สมัยรัชกาลที่ 5
ในด้านของแหล่งธรรมชาติ ตากยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ โดยเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีพื้นที่อยู่ในเขตผืนป่าตะวันตก ซึ่งเป็นผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ และเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางธรรมชาติที่สำคัญระดับโลก ครอบคลุมพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง จัดเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ
นอกจากนี้ ตากยังเป็นจังหวัดที่มีผลผลิตทางการเกษตรมากมาย ทั้งดอกไม้ ผลไม้ และพืชเมืองหนาวหลากหลายชนิด
ข้อมูลกิจกรรม
จังหวัดตากมีกิจกรรมท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการผจญภัยท้าทาย ให้เลือกทำมากมาย โดยเฉพาะการล่องแก่งด้วยเรือยาง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเดินป่า นั่งช้าง ชมวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ล่องเรือเที่ยวในทะเลสาบ เป็นต้น
งานตากสินมหาราชานุสรณ์ และงานกาชาด
ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม ถึงวันที่ 3 มกราคมของทุกปีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชบูรพกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราช ของชาติไทยเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระราชประวัติผูกพันกับจังหวัดตากเป็นอย่างมาก ชาวจังหวัดตากจึงได้จัดงานประเพณีตากสินราชานุสรณ์ขึ้นเพื่อเป็นการแสดงวีรกรรมเทิดพระเกียรติ และเผยแพร่วีรกรรมของพระองค์ ภายในงานจะมีการแสดงแสงเสียงเทิดพระเกียรติ การบวงสรวงดวงวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช การแสดงนิทรรศการ และการแสดงมหรสพต่าง ๆ ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม ถึงวันที่ 3 มกราคมของทุกปี
ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง
จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นประเพณีเก่าของชาวจังหวัดตากที่สืบทอดกันมาช้านาน และแตกต่างจากการลอยกระทงทั่ว ๆ ไป คือ ตัวกระทงทำด้วยกะลามะพร้าว หรือวัสดุธรรมชาตินำมาตัดเย็บเป็นกระทง ชาวบ้านจะนำกระทงซึ่งภายในบรรจุด้วยขี้ไต้ หรือเชื้อเพลิงที่เตรียมไว้แล้วจุดไฟปล่อยลงในแม่น้ำปิง กะระยะห่างเท่า ๆ กัน สม่ำเสมอไม่ขาดสาย จะทำให้กระทงส่องแสงระยิบระยับ เต็มท้องน้ำลอยไปตามสายน้ำของลำน้ำปิงดูสวยงาม
นอกจากกระทงสายแล้วชาวบ้านยังช่วยกันจัดแพผ้าป่าน้ำซึ่งทำจากต้นกล้วย มาตกแต่งด้วยดอกไม้ธูปเทียน ธงหลากสีตัดเป็นลวดลายสวยงามทำด้วยกระดาษแก้ว ใส่หมากพลู ขนม ผลไม้ พอแสงจันทร์วันเพ็ญส่องสว่างไปทั่วท้องน้ำ ชาวบ้านจะแต่งตัวกันสวยงาม ฟ้อนรำกันเป็นขบวนนำกระทงสายมายังท่าน้ำริมฝั่งน้ำปิง แล้วทำพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระแม่คงคา รำลึกจิตอธิษฐานบูชารอยพระพุทธบาท แล้วทำการปล่อยแพผ้าป่าน้ำ
ภายในงานจะมีการแข่งขันปล่อยกระทงสายไหลประทีปพันดวง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ประเพณีขึ้นธาตุเดือน 9
จัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ ตรงกับเดือน 9 ของภาคเหนือ หรือตรงกับเดือน 7 ของไทย ช่วงประมาณเดือนมิถุนายน หรือปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปีงานขึ้นธาตุเดือน 9 เป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการบูชาพระบรมธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำหนดการจัดงานจัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ ตรงกับเดือน 9 ของภาคเหนือ หรือตรงกับเดือน 7 ของไทย ช่วงประมาณเดือนมิถุนายน หรือปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี ภายในงานจะมีการจัดขบวนแห่ เช่น ขบวนกลองยาว ขบวนปัจจัยไทยทาน ขบวนต้นเงิน ขบวนต้นผ้าป่า ขบวนตุงไชย ผ้าห่มองค์พระธาตุ โดยเริ่มจากหนองเล่มผ่านสะพานบุญไปยังวัดพระบรมธาตุ เพื่อทำพิธีถวายผ้าห่มองค์พระธาตุ และทำพิธีบวงสรวงเจดีย์ยุทธหัตถีซึ่งเป็นเจดีย์ที่พ่อขุนรามคำแหงฯ ได้สร้างไว้ในคราวทำสงครามยุทธหัตถีชนะขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัดพระบรมธาตุ และจะทำพิธีทำบุญตักบาตรตามประเพณี ณ วัดพระบรมธาตุ