หน้าหลัก > ท่องเที่ยว 77 จังหวัด >
โฆษณา

พระนครศรีอยุธยา

เดินเล่นตลาดน้ำอโยธยา ที่น่าเที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพมหานครนี้เอง ตลาดน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยรวบรวมสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไทยเอาไว้ในที่เดียวกัน นอกจากนั้นยังมีของกินและของที่ระลึกขายมากมาย เรียกว่าเดินกันเพลินแน่นอน
รายละเอียดจังหวัด
ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา

417 ปีแห่งการเป็นราชธานีเก่าแก่ของสยามประเทศ ประกอบด้วย 5 ราชวงศ์คือ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททองและราชวงศ์บ้านพลูหลวง มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 33 พระองค์ โดยมีปฐมกษัตริย์คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) พระนครศรีอยุธยาจึงนับเป็นราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ตลอดระยะเวลา 417 ปีที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแห่งราชอาณาจักรไทย มิได้เป็นเพียงช่วงแห่งความเจริญสูงสุดของชนชาติไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์อารยธรรมของหมู่มวลมนุษยชาติซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศอีกด้วย แม้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะถูกทำลายเสียหายจากสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านหรือจากการบุกรุกขุดค้นของพวกเรากันเอง แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ยังมีร่องรอยหลักฐานซึ่งแสดงอัจฉริยภาพและความสามารถอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษแห่งราชอาณาจักรผู้อุทิศตนสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรม และความมั่งคั่งไว้ให้แก่ผืนแผ่นดินไทย หรือแม้แต่ชาวโลกทั้งมวล จึงเป็นที่น่ายินดีว่าองค์การ ยูเนสโก้ โดยคณะกรรมการมรดกโลกได้มีมติรับนครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2519 ไว้ในบัญชีมรดกโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 ณ กรุงคาร์เธจประเทศตูนีเซียพร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย/อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย/อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรโดยจะมีผลให้ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาที่ประเทศต่างๆได้ทำร่วมกัน จึงสมควรที่อนุชนรุ่นหลังจะได้ไปศึกษาเยี่ยมชมเมืองหลวงเก่าของเราแห่งนี้

สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่เป็นโบราณสถาน ได้แก่ วัด และพระราชวังต่างๆ พระราชวังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีอยู่ 3 แห่ง คือ พระราชวังหลวง วังจันทรเกษมหรือวังหน้า และวังหลัง นอกจากนี้ยังมีวังและตำหนักนอกอำเภอพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นที่สำหรับเสด็จประพาส ได้แก่ พระราชวังบางปะอิน ในเขตอำเภอบางปะอิน และตำหนักนครหลวง ในเขตอำเภอนครหลวง


ภูมิประเทศของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน 3 สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ แม่น้ำป่าสักไหลผ่านทางทิศตะวันออก และแม่น้ำลพบุรี(ปัจจุบันเป็นคลองเมือง)ไหลผ่านทางด้านทิศเหนือแม่น้ำสามสายนี้ไหลมาบรรจบกันโอบล้อมรอบพื้นที่ของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ตัวเมืองจึงมีลักษณะเป็นเกาะ เราจะเห็นบ้านเรือนปลูกเรียงรายหนาแน่นตามสองข้างฝั่งแม่น้ำแสดงถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำมายาวนาน

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 76 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 2,556 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอนครหลวง อำเภอภาชี อำเภอบ้านแพรก อำเภอบางซ้าย อำเภอบางไทร อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอบางบาล อำเภอมหาราช อำเภอบางปะหัน อำเภอเสนา อำเภออุทัย อำเภอบางปะอิน อำเภอผักไห่ อำเภอท่าเรือ และอำเภอวังน้อย

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดลพบุรี อ่างทอง และสระบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสระบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี
ข้อมูลการเดินทาง
พระนครศรีอยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 76 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง รถไฟ และเรือ

การเดินทางไป พระนครศรีอยุธยา 
โดยรถไฟ

 การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถใช้บริการรถไฟโดยสารที่มีปลายทางสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีบริการทุกวัน ขบวนรถไฟจะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเขตอำเภอบางปะอิน อำเภอพระนครศรีอยุธยาและอำเภอภาชี แล้วรถไฟจะแยกไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีชุมทางบ้านภาชี นอกจากนี้การรถไฟฯ ยังจัดขบวนรถจักรไอน้ำเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยาในโอกาสพิเศษ ปีละ 3 ขบวน คือ วันที่ 26 มีนาคม (วันสถาปนาการรถไฟฯและเป็นวันที่ระลึกถึงการเปิดทางรถไฟสายแรกวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2433) วันที่ 23 ตุลาคม (วันปิยมหาราช เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงให้กำเนิดกิจการรถไฟไทย) และวันที่ 5 ธันวาคม (วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช) ติดต่อสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยโทร. 1690 สถานีรถไฟอยุธยา โทร. 0-3524-1521 หรือ www.railway.co.th

โดยรถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้หลายเส้นทางดังนี้

1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) แล้วข้ามสะพานนนทบุรีหรือสะพานนวลฉวี ไปยังจังหวัดปทุมธานีต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวงหมายเลข 3111) เลี้ยวแยกขวาที่อำเภอเสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

3. ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี ทางหลวงหมายเลข 306 ถึงทางแยกสะพานปทุมธานี เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 แล้วไปแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3309 ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางปะอิน เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

4. ใช้เส้นทางด่วนหมายเลข 9 (ทางด่วนศรีรัช) ผ่านนนทบุรี-ปทุมธานี ลงทางด่วนเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3469 ตามป้ายไปบางปะหัน ถึงสี่แยกไฟแดง (แยกวรเชษฐ) เลี้ยวขวาเข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยรถประจำทาง
 บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2 ไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.30-19.30 น. รถออกทุกๆ 20 นาที วันละหลายเที่ยว ออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2936-2852-66 สถานีขนส่งอยุธยา โทร.0-3533-5304 หรือ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 1490 หรือ www.transport.co.th

โดยทางอื่น
เรือ การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยทางน้ำเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศเพราะนอกจากจะได้ชมทัศนียภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วยังเป็นการย้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์สมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีและมีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติทางเรือบนสายน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้

บริการเรือนำเที่ยวไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีดังนี้

 เรือมโนราห์ ครุ้ยส์ ออกจากท่าโรงแรมแมริออท รีสอร์ทแอนด์สปา ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน แวะเที่ยวชมตั้งแต่กรุงเทพฯ วัดอรุณฯ พิพิธภัณฑ์เรือ ผ่านเกาะเกร็ด นนทบุรี วัดสามัคคี ปทุมธานี แวะวัดต่างๆ ในพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2477-0770 หรือ www.manohracruises.com

 เรือมิตรเจ้าพระยา บริการเรือนำเที่ยวไปเช้า-เย็นกลับ พร้อมอาหาร สู่พระราชวังบางปะอินและนำเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น ภายในอุทยานประวัติศาสตร์อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมงคลบพิตร วัดมหาธาตุและนำนักท่องเที่ยวเดินทางกลับโดยไปขึ้นเรือที่ท่าเรือวัดช่องลม จังหวัดนนทบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาประมาณ 60 กิโลเมตร รถออกจากศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา เวลา 07.30 น. และเดินทางกลับโดยทางเรือ จากท่าเรือวัดช่องลมจังหวัดนนทบุรี เรือออกเวลา 13.00 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 16.00 น. อัตราค่าโดยสารปกติราคาคนละ 1,700 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-2623-6169, 0-2225-6179, 0-2623-5430

เรือเมฆขลา มีบริการนำเที่ยวสู่พระราชวังบางปะอินและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แบบ 2 วัน 1 คืน พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม โดยเรือจะออกจากท่าวัดยานวานา เวลา 14.30 น. และเดินทางกลับโดยรถยนต์ (หรือจะเลือกเดินทางไปโดยรถยนต์ออกเวลา 07.00 น. และเดินทางกลับโดยทางเรือจากท่าวัดนิเวศธรรมประวัติ) อัตราค่าโดยสาร 8,050-10,450 บาท (เฉพาะค่าเรือ ไม่รวมค่ารถไปหรือกลับจากอยุธยา) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2655-6245-6

 เรือริเวอร์ซันครุ้ยส์ บริการเรือนำเที่ยวไปเช้า-เย็นกลับ พร้อมอาหาร สู่พระราชวังบางปะอินและนำเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น ภายในอุทยานประวัติศาสตร์อันได้แก่ วัดใหญ่ชัยมงคล วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดหน้าพระเมรุ วัดไชยวัฒนาราม และนำนักท่องเที่ยวเดินทางกลับโดยไปขึ้นเรือที่ท่าเรือวัดช่องลมจังหวัดนนทบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาประมาณ 60 กิโลเมตร รถออกจากศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา เวลา 08.00 น. และเดินทางกลับโดยทางเรือจากท่าเรือวัดช่องลมจังหวัดนนทบุรี เรือออกเวลา 13.00 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 16.30 น. อัตราค่าโดยสารปกติราคาคนละ 2,100 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะร่วมเดินทางโดยสารเรือเฉพาะกลับกรุงเทพฯ ราคาคนละ 1,500 บาท สอบถามรายละเอียดของเรือริเวอร์ซันครุ้ยส์ เพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2266-9125-6, 0-2266-9316

 เรือแกรนด์เพิร์ลครุ้ยส์ (เพิร์ลออฟสยาม) บริการเรือนำเที่ยวไปเช้า-เย็นกลับ พร้อมอาหาร สู่พระราชวังบางปะอินและนำเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น ภายในอุทยานประวัติศาสตร์อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมงคลบพิตร วัดมหาธาตุและนำนักท่องเที่ยวเดินทางกลับโดยไปขึ้นเรือที่ท่าเรือวัดช่องลม จังหวัดนนทบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาประมาณ 60 กิโลเมตร รถออกจากศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา เวลา 07.30 น. และเดินทางกลับโดยทางเรือจากท่าเรือวัดช่องลมจังหวัดนนทบุรี เรือออกเวลา 13.00 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 16.00 น. อัตราค่าโดยสารปกติราคาคนละ 1,900 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะร่วมเดินทางโดยสารเรือเฉพาะกลับกรุงเทพฯ ราคาคนละ 1,200 บาททั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สอบถามรายละเอียดของ เพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2861 0255 ต่อ 201-204 หรือ www.grandpearlcruise.com

หมายเหตุ หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางจากพระนครศรีอยุธยาไปกรุงเทพฯทางเรือร่วมกับ เรือริเวอร์ซันครุ้ยส์และเรือแกรนด์เพิร์ลครุ้ยส์ / เพิร์ลออฟสยาม กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า และเดินทางถึงท่าเรือวัดช่องลม จังหวัดนนทบุรี ก่อนเวลา 12.30 น. เรือออกเดินทางเวลา 13.00 น.

เรือฮอไรซันครุ้ยส์ มีบริการนำเที่ยวโดยรถยนต์และเดินทางกลับโดยเรือนำเที่ยวเฉพาะวันจันทร์ /วันพุธ / วันศุกร์และวันเสาร์ สู่พระราชวังบางปะอิน นำเที่ยวพระนครศรีอยุธยา เช่น วัดใหญ่ชัยมงคล วัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ พร้อมอาหารกลางวันบนเรือ รถออกจากลานจอดรถใกล้โรงแรมแชงกรีล่า เวลา 08.00 น. เดินทางกลับโดยทางเรือ อัตราค่าโดยสารคนละ 1,950 บาท/คน และเดินทางกลับโดยทางเรือจากท่าเรือวัดช่องลม จังหวัดนนทบุรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2236-7777 ต่อ 6205-6, 0-2236-9952

เวิลด์ทราเวิล เซอร์วิส จัดรายการนำเที่ยวสู่พระราชวังบางปะอินและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นประจำทุกวัน พร้อมอาหารบุฟเฟต์ รถออกจากท่าริเวอร์ซิตี้เวลาประมาณ 07.30 น. และ เดินทางไปขึ้นเรือที่วัดช่องลม จังหวัดนนทบุรี เวลา 13.30 น. กลับถึงเวลา 16.30 น. เดินทางกลับทาง เรือแกรนด์เพิร์ลครุ้ยส์ (เพิร์ลออฟสยาม) อัตราค่าบริการคนละ 1,800 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2234 4875

การเดินทางภายใน พระนครศรีอยุธยา

ในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยามีรถตุ๊กตุ๊ก รถสามล้อถีบ และรถสองแถวให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้ตามอัธยาศัย โดยคิวรถส่วนใหญ่จะอยู่ที่สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง หน้าวิหารพระมงคลบพิตร หน้าวัดพระราม และตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด

ค่าตุ๊กตุ๊กอยู่ที่ 20-40 บาท ต่อคน (ขึ้นอยู่กับระยะทาง) ค่าตุ๊กตุ๊กจากสถานีรถไฟเข้าตัวเมืองประมาณ 30 บาท ส่วนค่าเช่าเหมาตุ๊กตุ๊กต่อชั่วโมงประมาณ 200 บาท

ระยะทางจากอำเภอพระนครศรีอยุธยาไปยังอำเภอต่างๆ คือ

อำเภอบางบาล 10 กิโลเมตร

อำเภอบางปะหัน 13 กิโลเมตร

อำเภออุทัย 15 กิโลเมตร

อำเภอเสนา 20 กิโลเมตร

อำเภอนครหลวง 20 กิโลเมตร

อำเภอวังน้อย 20 กิโลเมตร

อำเภอมหาราช 25 กิโลเมตร

อำเภอบางปะอิน 28 กิโลเมตร

อำเภอผักไห่ 29 กิโลเมตร

อำเภอบางซ้าย 34 กิโลเมตร

อำเภอภาชี 35 กิโลเมตร

อำเภอบางไทร 45 กิโลเมตร

อำเภอบ้านแพรก 53 กิโลเมตร

อำเภอลาดบัวหลวง 65 กิโลเมตร

อำเภอท่าเรือ 75 กิโลเมตร
ข้อมูลการท่องเที่ยว
วัดท่าการ้อง อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ นามว่า "พระพุทธรัตนมงคล" หรือที่เรียกกันว่า "หลวงพ่อยิ้ม" สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ขณะที่บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองและสงบสุข ดังจะเห็นได้จากพระพุทธลักษณะที่งดงามและพระพักตร์ที่มีความเมตตา  

ตลาดโก้งโค้ง (บ้านแสงโสม) อำเภอบางปะอิน ตลาดย้อนยุคโบราณ ณ บ้านแสงโสม บริเวณบ้านเรือนไทย จำหน่ายพืช ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ อาหารคาว-หวาน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์  

สถาบันอยุธยาศึกษา อำเภอพระนครศรีอยุธยา รวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ในด้านอยุธยาศึกษา ที่เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีกิจกรรม "อยุธยายามค่ำ"  

หมู่บ้านทำมีดอรัญญิก อำเภอนครหลวง มีดอรัญญิก ได้รับการสืบทอดจากช่างตีเหล็กเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเพื่อใช้ในการสู้รบกับข้าศึก แต่ปัจจุบันได้มีการออกแบบเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยยังใช้กรรมวิธีแบบโบราณ  

วัดพุทไธศวรรย์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำทางด้านใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง หากเดินทางโดยรถยนต์ และใช้เส้นทางสายอยุธยา-เสนา ข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชวรวิหาร แล้วเลี้ยวซ้าย จะผ่านวัดไชยวัฒนาราม มีป้ายบอกทางเป็นระยะไปจนถึงทางแยกซ้ายเข้าวัดพุทไธศวรรย์  

วัดสมณโกฏฐาราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น และปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยอยุธยาตอนปลายโดยเจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษา (ปาน) อาจเป็นในช่วงสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช “ในจดหมายเหตุของแกมเฟอร์  

วัดกษัตราธิราชวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อยู่นอกเกาะเมืองตรงข้ามกับเจดีย์พระศรีสุริโยทัย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถใช้เส้นทางเดียวกับสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ไปจนถึงสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชฯ  

วัดราชบูรณะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ตรงข้ามวัดมหาธาตุ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1967 ณ บริเวณที่ถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายพระยากับเจ้ายี่พระยาซึ่งชนช้างกันจนถึงแก่พิราลัยและโปรดเกล้าฯให้ก่อเจดีย์ 2 องค์บริเวณนั้น เมื่อคราวเสียกรุงวัดนี้และวัดมหาธาตุถูกไฟไหม้เสียหายมาก ซากที่เหลืออยู่แสดงว่าวิหารและส่วนต่างๆ ของวัดนี้ใหญ่โต  

พระราชวังบางปะอิน อำเภอบางปะอิน พระราชวังบางปะอิน ได้รับการบูรณะฟื้นฟูอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งสำหรับเป็นที่ประทับ มีเรือนแถวสำหรับฝ่ายในและมีพลับพลาริมน้ำ  

วัดพระราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา อยู่นอกเขตพระราชวังไปทางด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร สมเด็จพระราเมศวรทรงสร้างขึ้นตรงบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระรามาธิบดีที่1(พระเจ้าอู่ทอง)  

วัดไชยวัฒนาราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง เป็นวัดที่พระเจ้าปราสาททอง กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาองค์ที่ 24 (พ.ศ. 2173-2198) โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2173 ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา  

วัดใหญ่ชัยมงคล อำเภอพระนครศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดป่าแก้วหรือวัดเจ้าพระยาไทย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วจะเห็นเจดีย์วัดสามปลื้ม (เจดีย์กลางถนน) ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นวัดใหญ่ชัยมงคลอยู่ทางซ้ายมือ วัดนี้ตามข้อมูลประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าพระเจ้าอู่ทองทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1900  

วัดมหาธาตุ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ พงศาวดารบางฉบับกล่าวว่าวัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ.1927  

วัดพระศรีสรรเพชญ์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวิหารพระมงคลบพิตร เป็นวัดสำคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงเทียบได้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งกรุงเทพมหานครหรือวัดมหาธาตุแห่งกรุงสุโขทัย  

วัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลคลองสวนพลู ริมแม่น้ำป่าสักทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง ห่างจากตัวเมืองราว 5 กิโลเมตร หรือเมื่อออกจากวัดใหญ่ชัยมงคล ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปตามถนนประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเห็นวัดพนัญเชิงอยู่ทางขวามือ  

เขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ ตั้งอยู่หมู่ที่10 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ เป็นเขื่อนทดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย สร้างกันแม่น้ำป่าสักเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร  

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางไทร เป็นศูนย์สาธิตและจำหน่ายศิลปหัตถรรม งานฝีมือที่มีคุณภาพมาตรฐานจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อฝึกอาชีพเกี่ยวกับงานศิลปหัตถรรมให้แก่เกษตรกร มีแผนกฝึกอบรมทั้งสิ้น 30 แผนก อาทิ การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยพืช  

ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ อำเภอบางไทร ประกอบด้วยอาคารใหญ่ 4 ชั้น ชื่อว่าศาลาพระมิ่งมงคล จัดแสดงสินค้าและนิทรรศการศิลปะหัตถอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก รวมทั้งชิ้นงานที่ผ่านการประกวดจากทั่วประเทศ  

โฮมสเตย์คลองรางจระเข้ อำเภอเสนา ตั้งอยู่ริมคลองรางจระเข้ สถานที่ที่น่าสนใจ ได้แก่ นมัสการหลวงพ่อโตวัดรางจระเข้อายุ 400 ปี สร้างในสมัยอยุธยา  

ปราสาทนครหลวง อำเภอนครหลวง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งทิศตะวันออก ในเขตตำบลนครหลวง เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของกษัตริย์ในระหว่างเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรีและเป็นที่ประทับแรมในระหว่างเสด็จไปลพบุรี  
ข้อมูลกิจกรรม
งานลอยกระทงตามประทีป และแข่งเรือยาวประเพณีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
จัดเป็นประจำทุกปี ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ภายในบริเวณศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางไทร มีการประกวดนางนพมาศ ประกวดขบวนแห่ ประกวดกระทง ประกวดโคมแขวน การแสดงการละเล่นพื้นบ้าน การแข่งเรือยาวประเพณี เรือยาวนานาชาติ การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ

งานแสดงแสงเสียงอยุธยามรดกโลก
เนื่องจากนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศโดยองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ทางจังหวัดจึงได้จัดให้มีการเฉลิมฉลองทุกปี ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นระยะเวลา 7 วัน ในงานจะมีการแสดงชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปหัตถกรรม วัฒนธรรม และประเพณีของไทย รวมทั้งการแสดงแสงเสียงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา

งานเทศกาลสงกรานต์
จัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี หน้าวิหารพระมงคลบพิตร อำเภอพระนครศรีอยุธยา มีขบวนแห่ตามประเพณีของชาวอยุธยาและขบวนแห่เถิดเทิง มีการสรงน้ำพระมงคลบพิตรจำลอง การประกวดนางสงกรานต์

พิธีไหว้ครูบูชาเตา
เป็น “พิธีไหว้ครู” ช่างตีมีดตีดาบ ของชาวบ้านต้นโพธิ์ บ้านไผ่หนอง และบ้านสาไล ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง ซึ่งมีอาชีพในการตีมีดเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า “มีดอรัญญิก”
บรรพชนของชาวบ้านไผ่หนองและบ้านต้นโพธิ์ ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวงนั้นเป็นชาวเวียงจันทน์ เข้ามาตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีอาชีพในการตีทองและตีเหล็ก แต่ต่อมาเลิกการตีทองจึงเหลือแต่การตีเหล็กเพียงอย่างเดียว เหล็กที่ตีนี้ส่วนใหญ่ทำเป็นมีด ดาบ และอาวุธ ตลอดจนเครื่องใช้อื่นๆ ซึ่งมีคุณภาพดีมากเมื่อทำเสร็จแล้วก็นำมาขายที่หมู่บ้านอรัญญิก ตำบลปากท่า อำเภอท่าเรือ จึงเรียกว่า “มีดอรัญญิก” สิ่งที่ชาวตำบลท่าช้างทุกคนยังคงถือสืบต่อกันมาตามขนบประเพณีเดิมคือการ “ไหว้ครูบูชาเตา” ซึ่งทุกบ้านจะจัดบูชาในวันพฤหัสบดีช่วงเช้าตรู่ของวันขึ้น 7 ค่ำ 9 ค่ำ ฯลฯ เดือน 5 (ประมาณเมษายน-พฤษภาคม) ตามแต่ความสะดวก เพื่อระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ และเพื่อความเป็นสิริมงคลของตน ทั้งยังเป็นการปัดเป่าอุปัทวเหตุต่าง ๆ ในการตีเหล็กอีกด้วย
พอได้เวลาผู้ทำพิธีไหว้ครูก็จะกล่าวบทชุมนุมเทวดาไหว้พระรัตนตรัย จากนั้นก็จะกล่าวบทอัญเชิญครูบาอาจารย์ทั้งหลาย อันได้แก่ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม พระวิษณุกรรม พระมาตุลี พระพาย พระคงคา พระฤาษี 8 องค์ ฯลฯ ตลอดจนบูรพาจารย์ทั้งครูไทย ครูลาว ครูมอญ ครูจีน ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาตีเหล็กให้แก่ตน มารับเครื่องบูชาสังเวย และประสาทพร แก่ผู้เข้าร่วมพิธีให้ประสบแต่ความสุขความ ความเจริญ แล้วปิดทองเครื่องมือทุกชิ้น ทำน้ำมนต์ธรณีสารประพรมเครื่องมือและผู้เข้าร่วมพิธี

งานประจำปีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
จัดเป็นประจำทุกปี ช่วงปลายเดือนมกราคม ภายในบริเวณศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางไทร มีการแสดงและประกวดผลงานด้านศิลปาชีพ มีการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองทั่วไป การแสดงศิลปวัฒนธรรมอันงดงาม
รายละเอียดอื่นๆ
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร. 0-3533-6550, 0-3533-6647
สถานีตำรวจภูธรอำเภอพระนครศรีอยุธยา โทร. 0-3524-1001, 0-3524-1608
โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โทร. 0-3524-1027, 0-3524-1728
โรงพยาบาลราชธานี โทร. 0-3533-5555–61
สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง โทร. 0-3533-5304
สถานีรถไฟ โทร. 0-3524-1521
ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155
ตำรวจทางหลวง โทร. 1193
   
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท บังกะโล ราคาถูกส่วนลดกว่า 10 - 75% กับ www.FoodTravel.tv