หน้าหลัก > เมนูเด็ด > รายชื่อสูตรอาหาร ขนม >



โฆษณา
m


ข้าวแช่ชาววัง (วิธีทำข้าวแช่)

       By: Chef Mai  

รายละเอียดสูตรอาหาร เมนูอาหาร :

ข้าวแช่ชาววัง (วิธีทำข้าวแช่) “ข้าวแช่” ไม่ใช่สำรับอาหารไทยแท้ แต่เป็นอาหารพื้นบ้านที่ชาวมอญนิยมทำขึ้นเพื่อสังเวยเทวดาในพิธีตรุษสงกรานต์ โดยประเพณีของคนมอญโบราณกล่าวไว้ว่า ในวันสงกรานต์จะต้องทำข้าวแช่ถวายพระสงฆ์ เพราะถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ทำถวาย ซึ่งข้าวแช่ คนมอญเรียกว่า “เปิงด้าจก์” แปลว่า “ข้าวน้ำ” (เปิง หมายถึงข้าว และ ด้าจก์ หมายถึงน้ำ) และด้วยเหตุที่คนมอญกับคนไทย มีการติดต่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกันมาอย่างยาวนาน ทำให้ข้าวแช่ได้เข้ามาสู่สำรับอาหารไทยได้อย่างกลมกลืน




ระยะเวลาที่ใช้ในการประกอบ น้ำลอยข้าวแช่ ใช้เวลาประมาณ 1 คืน
ส่วนตัวข้าวแช่ใช้เวลาประกอบประมาณ 45 นาที

1. ข้าวสารเก่า 1 ถ้วย
2. น้ำมะนาว 1 ซีก
3. น้ำฝนหรือน้ำประปา กรองทิ้งไว้1คืน
120-240 รวมเครื่องข้าวแช่ นาที
หม้อ
ยากมาก (Very Hard)
ข้าวแช่
1. ซาวข้าวผึ่งไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
2. ตั้งน้ำพอเดือด ใส่ข้าว มีหน้ามะนาว ปิดฝาพอเดือด ลดไฟรอให้เมล็ดข้าวรอบนอกสุกแต่ยังไม่บานข้างในเป็นแกนอยู่เล็กน้อย เทใส่ตระแกรงมาวางบนอ่างน้ำเย็นแช่เมล็ดข้าว ให้ลอยอยู่ในตระแกรง ใช้มือขัดสีเมล็ดข้าวกับตะแกรงเบาๆให้ข้าวหมดเมือก ล้างน้ำเปล่าจนหมดเมือกจึงนำไปนึ่งในลังถึง ปูผ้าขาวบางที่ใส่น้ำกั้นรังถึงที่ใส่น้ำใส่ใบเตย 4-5ใบหรือไม่ใส่ก็ได้ นึ่งข้าวให้สุกไม่เป็นไต พอระอุดียกลง นึ่งให้เย็นจึงเก็บใส่กล่องไว้ในตู้เย็น

การลอยน้ำดอกไม้สำหรับใส่ข้าวแช่
1. ภาชนะมีฝาปิดสนิท อบควันเทียนไว้ 2 ครั้งให้หอมก่อน การจุดเทียนอบต้องตั้งให้ไฟติดทั้งสองด้าน แล้วจึงดับไฟวางเทียนลงในถ้วยให้ภาชนะที่จะอบปิดฝาให้ถ้วยอบถั่วถึง
2. ใส่น้ำสะอาดต้ม เช่น น้ำฝน น้ำกรอง หรือน้ำประปาที่รองค้างคืนไส้หลายๆวัน จนคลอรีนระเหยไปก่อน

ดอกไม้ที่จะลอย
1. กระดังงาสีเหลืองลนเปลวด้วยควันเทียนที่กระเปาะให้หอม ฉีกออกใส่หม้อน้ำลอยไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วนำออก
2. ดอกมะลิ เก็บตอนเย็น ตัดก้านออก และเกสรสีเขียวที่อยู่ในก้านออก แช่ในน้ำเวลา 18.00 ปิดฝาสนิท เช้ามืดเอาช้อนกรองดอกไม้ออก แช่เย็นไว้ เวลารับประทานอาจจะตกแต่งด้วยดอกมะลิกลีบกุหลาบมอญ

วิธีการรับประทานข้าวแช่ชาววัง

ข้าวแช่ชาววัง ตำรับผู้ช่วยศาสตราจารย์สมคิด ชมสุข จะเป็นข้าวแช่ที่มีเครื่องประกอบหลายอย่างด้วยกัน มีกะปิทอด พริกหยวกสอดไส้ ปลายี่สนผัดหวาน ปลาช่อนแห้งผัดหวาน หัวหอมสอดไส้ ผักกาดเค็มผัดหวาน ทั้งนี้ในตำรับชาววังอื่นๆ อาจมีเครื่องประกอบอื่นเพิ่มขึ้นเช่น เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน และหมูสับกับปลากุเลา เป็นต้น ทั้งนี้การรับประทานข้าวแช่ชาววังจะขาดเสียไม่ได้เลยคือ ผักเครื่องเคียงที่แกะสลัก เช่น กระชายแกะเป็นดอกจำปา แครอทแกะเป็นดอกจำปี ใบไม้จากแตงล้านและมะม่วงดิบ ต้อนหอมฝอย เป็นต้น เมื่อกับข้าวแช่ส่วนใหญ่เป็นของทอด ก็ย่อมต้องมีผักที่ให้กลิ่นหอมและรสออกเปรี้ยวและขื่นนิดๆ ไว้ตัดรสชาติ จึงถูกนำมาจัดเป็นผักสดไว้กินแนมกับข้าวแช่ชาววัง

อีกทั้งการรับประทานข้าวแช่ชาววังก็ยังต้องมีวิธีการรับประทาน เริ่มจากนำข้าว 1/4 ถ้วย ใส่ในน้ำลอยดอกไม้ให้ได้สัดส่วนน้ำมากกว่าข้าว ใส่น้ำแข็งเล็กน้อยพอให้เย็นชื่นใจ เวลาจะรับประทานให้ตักกับข้าวใส่ปากก่อนแล้วตักข้าวตาม ก็จะได้รสชาติทั้งเย็นฉ่ำ และความอร่อยกลมกล่อมของกับข้าว หากนำเครื่องข้าวแช่ลงไป ผสมในน้ำข้าวแช่แล้วรับประทาน จะเป็นภาพที่ไม่น่ามองและมีลักษณะที่ไม่น่ารับประทาน
Khao Chae Chao Wang (Rice in Iced Water) - Kao Chae is a food of Mon culture which made for Thai New Year ceremony to sacrifice angels. The ancient tradition of Mon people said We should make Khao-Chae offerings to the monks and this will bring good luck to those who offer.

In the past, they use white and yellow rice. Yellow rice is too soft to make Khao-Chae. But white rice is more tough and stiff. So it’s better to bring to make Khao-Chae. Nowadays commonly use Jasmine rice because it’s easier to make.
1. 1 cup Old rice
2. 1 piece Lime
3. Water
1. Stir rice with hands in water. Then sift the rice in a colander.
2. Heat to boiling, add rice, squeeze lime and turn off the lid. Wait until the rice crispy outside. Pour on wire rack above a bowl with cool water inside. Soak and scrub rice softly. Then rinse water and steam in a steaming pot. Place white cloth in a steaming pot with 4-5 Pandan leaves in there (optional). Steam until rice cook. Then put in the refrigerator.

Floating Flower Water for Khao-Shae
1. Bake scented candle in a bowl twice until has good smell. Set fire on both sides of scented candle.
2. Add boiled water in a bowl.
Flower
1. Cananga
2. Jasmine flower

** 1 night for floating Water / 45 Minutes for Khao-Shae
คลิกเพื่อซ่อนอัตราส่วนและวิธีทำ...


รายการที่1-12 จาก 20
รายการที่1-12 จาก 20

ข้าวแช่ชาววัง (วิธีทำข้าวแช่)




“ข้าวแช่” ไม่ใช่สำรับอาหารไทยแท้ แต่เป็นอาหารพื้นบ้านที่ชาวมอญนิยมทำขึ้นเพื่อสังเวยเทวดาในพิธีตรุษสงกรานต์ โดยประเพณีของคนมอญโบราณกล่าวไว้ว่า ในวันสงกรานต์จะต้องทำข้าวแช่ถวายพระสงฆ์ เพราะถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ทำถวาย ซึ่งข้าวแช่ คนมอญเรียกว่า “เปิงด้าจก์” แปลว่า “ข้าวน้ำ” (เปิง หมายถึงข้าว และ ด้าจก์ หมายถึงน้ำ) และด้วยเหตุที่คนมอญกับคนไทย มีการติดต่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกันมาอย่างยาวนาน ทำให้ข้าวแช่ได้เข้ามาสู่สำรับอาหารไทยได้อย่างกลมกลืน

การที่มาเป็นข้าวแช่ชาววังได้นั้น เนื่องจากอาจมีบุคคลเชื้อสายมอญที่ มาถวายงานในวัง รับใช้ฝ่ายใน เป็นพระสนม เจ้าจอมหม่อมห้าม ได้ทำขึ้นถวายเจ้านายฝ่ายใน แต่มีการประดิดประดอย แกะสลักผักเครื่องแนมข้าวแช่ ทำเครื่องประกอบการรับประทานข้าวแช่เพิ่มขึ้น จึงพัฒนาเรียก ข้าวแช่ชาววัง

ดังคำประพันธ์ในสุนทรภู่ กวีเอกในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้ประพันธ์ไว้ว่า

“ฤดูร้อนก่อนเก่าทำข้าวแช่ น่าชมแต่เครื่องกับสำรับฉัน
ช่างทำเป็นดอกจอก และดอกจันทน์ งามจนชั้นกระชายทำเหมือนจำปา
มะม่วงดิบหยิบดูจึ่งรู้จัก ช่างน่ารักทำเป็นเช่นมัจฉา”

เนื้อความจาก “รำพันพิลาป” ของสุนทรภู่ รัตนกวีสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้กล่าวถึง “ข้าวแช่” ว่าเป็นของรับประทานในฤดูร้อนที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ข้าวแช่ชาววังตำรับนี้ เป็นของผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมคิด ชมสุข อดีตรองคณะบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ สาขาอาหารและโภชนาการ จัดทำขึ้นสำหรับรับรอง ผู้มีเกียรติในวาระสำคัญต่างๆ ตลอดจนลงนิตยสารเพื่อเผยแพร่เป็นความรู้(นิตยสาร กุลศตรี คอลัมน์พลับพลาคาวหวาน ฉบับ823 ปักษ์หลัง เมษายน2548

ซึ่งข้าพเจ้านายพีระโรจน์ ศิริปัญจนะ(เชฟใหม่) ศิษย์เอกของท่าน ขอนำมาถ่ายทอดเพื่อเป็นความรู้แก่ท่านผู้ชมและผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องข้าวแช่ชาววัง


ข้าวแช่

ตัวของข้าวแช่ เมื่อสมัยก่อนใช้ข้าวสารธรรมดา มีสองอย่าง คือ ข้าวขาวกับข้าวเหลือง ข้าวเหลืองอ่อนมันออกจะนิ่มหุงลำบาก ถ้านำมาทำข้าวแช่ลำบาก อีกชนิดคือข้าวขาวเป็นข้าวที่กระด้าง ทำข้าวแช่ดี แต่ไม่อร่อย มันแข็ง แต่รู้สึกคนสมัยนี้นิยมใช้ข้าวหอมมะลิกัน ข้าวหอมมะลิทำง่าย คือ หุงให้สวยแล้วล้างนิดหน่อย ขออย่าให้น้ำข้าวแช่ขุ่น น้ำข้าวแช่ต้องใส พอข้าวสุกแล้วเราต้องล้างข้าวใส่ตะแกรง แล้วก็ใช้น้ำค่อยๆ เอามือลูบเบาๆ เดี๋ยวเม็ดข้าวหักหมด ต้องค่อยๆ ลูบ คือข้าวแช่มันจึงมีความประณีตอยู่ในตัว การทำตัวข้าวนั้นไม่ยาก ถ้าเราหุงข้าวเป็นก็ใช้ได้ แต่ต้องหุงข้าวให้ได้ลักษณะให้สวย เม็ดเรียวงามไม่แตก เคี้ยวแล้วไม่เป็นไตแข็ง ต้องนิ่ม


สูตรข้าวแช่ชาววัง


ระยะเวลาที่ใช้ในการประกอบ น้ำลอยข้าวแช่ ใช้เวลาประมาณ 1 คืน
ส่วนตัวข้าวแช่ใช้เวลาประกอบประมาณ 45 นาที

วัตถุดิบข้าวแช่ชาววัง

1. ข้าวสารเก่า 1 ถ้วย
2. น้ำมะนาว 1 ซีก
3. น้ำฝนหรือน้ำประปา กรองทิ้งไว้1คืน

วิธีทำข้าวแช่ชาววัง

1. ซาวข้าวผึ่งไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
2. ตั้งน้ำพอเดือด ใส่ข้าว มีหน้ามะนาว ปิดฝาพอเดือด ลดไฟรอให้เมล็ดข้าวรอบนอกสุกแต่ยังไม่บานข้างในเป็นแกนอยู่เล็กน้อย เทใส่ตระแกรงมาวางบนอ่างน้ำเย็นแช่เมล็ดข้าว ให้ลอยอยู่ในตระแกรง ใช้มือขัดสีเมล็ดข้าวกับตะแกรงเบาๆให้ข้าวหมดเมือก ล้างน้ำเปล่าจนหมดเมือกจึงนำไปนึ่งในลังถึง ปูผ้าขาวบางที่ใส่น้ำกั้นรังถึงที่ใส่น้ำใส่ใบเตย 4-5ใบหรือไม่ใส่ก็ได้ นึ่งข้าวให้สุกไม่เป็นไต พอระอุดียกลง นึ่งให้เย็นจึงเก็บใส่กล่องไว้ในตู้เย็น

การลอยน้ำดอกไม้สำหรับใส่ข้าวแช่

1. ภาชนะมีฝาปิดสนิท อบควันเทียนไว้ 2 ครั้งให้หอมก่อน การจุดเทียนอบต้องตั้งให้ไฟติดทั้งสองด้าน แล้วจึงดับไฟวางเทียนลงในถ้วยให้ภาชนะที่จะอบปิดฝาให้ถ้วยอบถั่วถึง
2. ใส่น้ำสะอาดต้ม เช่น น้ำฝน น้ำกรอง หรือน้ำประปาที่รองค้างคืนไส้หลายๆวัน จนคลอรีนระเหยไปก่อน

ดอกไม้ที่จะลอย

1. กระดังงาสีเหลืองลนเปลวด้วยควันเทียนที่กระเปาะให้หอม ฉีกออกใส่หม้อน้ำลอยไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วนำออก
2. ดอกมะลิ เก็บตอนเย็น ตัดก้านออก และเกสรสีเขียวที่อยู่ในก้านออก แช่ในน้ำเวลา 18.00 ปิดฝาสนิท เช้ามืดเอาช้อนกรองดอกไม้ออก แช่เย็นไว้ เวลารับประทานอาจจะตกแต่งด้วยดอกมะลิกลีบกุหลาบมอญ






วิธีการรับประทานข้าวแช่ชาววัง

ข้าวแช่ชาววัง ตำรับผู้ช่วยศาสตราจารย์สมคิด ชมสุข จะเป็นข้าวแช่ที่มีเครื่องประกอบหลายอย่างด้วยกัน มีกะปิทอด พริกหยวกสอดไส้ ปลายี่สนผัดหวาน ปลาช่อนแห้งผัดหวาน หัวหอมสอดไส้ ผักกาดเค็มผัดหวาน ทั้งนี้ในตำรับชาววังอื่นๆ อาจมีเครื่องประกอบอื่นเพิ่มขึ้นเช่น เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน และหมูสับกับปลากุเลา เป็นต้น ทั้งนี้การรับประทานข้าวแช่ชาววังจะขาดเสียไม่ได้เลยคือ ผักเครื่องเคียงที่แกะสลัก เช่น กระชายแกะเป็นดอกจำปา แครอทแกะเป็นดอกจำปี ใบไม้จากแตงล้านและมะม่วงดิบ ต้อนหอมฝอย เป็นต้น เมื่อกับข้าวแช่ส่วนใหญ่เป็นของทอด ก็ย่อมต้องมีผักที่ให้กลิ่นหอมและรสออกเปรี้ยวและขื่นนิดๆ ไว้ตัดรสชาติ จึงถูกนำมาจัดเป็นผักสดไว้กินแนมกับข้าวแช่ชาววัง

อีกทั้งการรับประทานข้าวแช่ชาววังก็ยังต้องมีวิธีการรับประทาน เริ่มจากนำข้าว 1/4 ถ้วย ใส่ในน้ำลอยดอกไม้ให้ได้สัดส่วนน้ำมากกว่าข้าว ใส่น้ำแข็งเล็กน้อยพอให้เย็นชื่นใจ เวลาจะรับประทานให้ตักกับข้าวใส่ปากก่อนแล้วตักข้าวตาม ก็จะได้รสชาติทั้งเย็นฉ่ำ และความอร่อยกลมกล่อมของกับข้าว หากนำเครื่องข้าวแช่ลงไป ผสมในน้ำข้าวแช่แล้วรับประทาน จะเป็นภาพที่ไม่น่ามองและมีลักษณะที่ไม่น่ารับประทาน
 
 CuisinierExecutive Editor
วันที่โพส     26/04/2013 เวลา 15:42:27 ( เมื่อ 453 วันที่แล้ว)
แก้ไข         24/01/2014 เวลา 11:53:42 ( เมื่อ 180 วันที่แล้ว)

แก้ไขโดย Cuisinier