ค้นหาจาก Google
ค้นหาแบบละเอียด
ค้นหากระดานสนทนา
สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ชื่อสำหรับเข้าสู่ระบบ
รหัสผ่าน
จดจำ
ลืมรหัสผ่าน?
หน้าหลัก
เชฟ แชมเปี้ยนส์
เชฟ แชมเปี้ยนส์ ครั้งที่ 1
เชฟ ทีมA
หยาดพิรุณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เชฟ ทีมB
สายทิพย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
เมนูเด็ด
หน้าหลักเมนูเด็ด
รายชื่อสูตรอาหาร
รายชื่อวัตถุดิบ
ร้านอาหาร
หน้าหลักร้านอาหาร
รายชื่อร้านอาหาร
เที่ยว 77 จังหวัด
ท่องเที่ยว
หน้าหลักท่องเที่ยว
รายชื่อที่ท่องเที่ยว
ที่พัก
หน้าหลักที่พัก
รายชื่อที่พัก
จองที่พัก/โรงแรม
รู้กินรู้เที่ยว
หน้าหลักรู้กินรู้เที่ยว
รายชื่อรู้กินรู้เที่ยว
กิจกรรม
กิจกรรม
แลกเหรียญ
แลกของรางวัล
กระดานสนทนา
กระดานสนทนา
ห้องสนทนา
แผนที่
อื่นๆ
Who Online
รายชื่อสมาชิก
หน้าหลัก
>
เมนูเด็ด
>
รายชื่อวัตถุดิบ
>
มะเขือพวง (Turkey berry, Devils fig, Prickly nightshade, Shoo-shoo bush,Pea eggplant)
keyword
ค้นหาจากเกรินนำกับ User tag
ค้นหาจาก Review
--กรุณาเลือกประเภทวัตถุดิบ--
สัตว์บก
สัตว์ปีก
สัตว์น้ำ
ผัก
ผลไม้/ลูกไม้ต่างๆ
เครื่องปรุงรส/น้ำมัน
วัตถุดิบประเภทเส้น
วัตถุดิบประเภทขนมปัง
วัตถุดิบที่มีนมเป็นส่วนประกอบ
เครื่องเทศ/สมุนไพร
วัตถุดิบที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
อื่นๆ
เฉพาะของเว็บ
เฉพาะที่เว็บยอมรับ
โฆษณา
มะเขือพวง (Turkey berry, Devils fig, Prickly nightshade, Shoo-shoo bush,Pea eggplant)
รายละเอียดวัตถุดิบ :
มะเขือพวง คนไทยนิยมใส่มะเขือพวงในอาหารบางประเภท เช่น ผัดเผ็ด แกงป่า แกงกะทิ และน้ำพริก สมัยก่อนแกงกะทิอย่าง แกงไก่ จะใส่มะเขือพวงเป็นปริมาณมาก ใส่ไก่น้อย เน้นการกินมะเขือเป็นหลัก
รายการที่1-6 จาก 6
<ก่อนหน้า
1
ถัดไป>
รายการที่1-6 จาก 6
<ก่อนหน้า
1
ถัดไป>
วีดีโอแนะนำ
รายละเอียดวัตถุดิบ
มะเขือพวง (Turkey berry, Devils fig, Prickly nightshade, Shoo-shoo bush,Pea eggplant)
มะเขือพวงจัดอยู่ในพืชตระกูลเดียบกับพริกและมะเขือต่าง ๆ มะเขือพวงมีลักษณะพิเศษบางประการต่างจากมะเขือชนิดอื่น ๆ คือเป็นไม้พุ่มยืนต้นข้ามปี ไม่ใช่พืชล้มลุกเหมือนมะเขือชนิดอื่น ๆ นอกจากนั้นยังมีขนาดใหญ่โตกว่ามะเขือชนิดอื่น ๆ ด้วย เพราะมีทรงพุ่มสูงถึงกว่า 1 เมตร ขึ้นไปถึง 2 เมตรทีเดียว ตรงข้ามกับขนาดใหญ่โตของลำต้น มะเขือพวงกลับมีผลขนาดเล็กที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับมะเขือชนิดอื่น ๆ และมีผลออกรวมกันเป็นกลุ่มหลาย ๆ ผลอยู่บนช่อเดียวกันจึงได้ชื่อว่า มะเขือพวง เพราะมีผลรวมอยู่เป็นพวงนั่นเอง
มะเขือพวงมีดอกขนาดเล็กกลีบดอกสีขาวหรือม่วง เกสรสีเหลืองผลกลมขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตรก้านผลยาวอยู่รวมกันเป็นช่อกลม ผลอ่อนมีเปลือกสีเขียวหนาเหนียว ผลแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อสุกเป็นสีแสดแดง ภายในผลมีเมล็ดมากมายแทบจะไม่มีเนื้อในผลเลย มะเขือพวงนับเป็นมะเขือโบราณที่ยังมีลักษณะเป็นพืชป่าอยู่มาก เพราะไม่มีการปรับปรุงพันธุ์ดังเช่นมะเขือชนิดอื่น ๆ ดังเช่นผลขนาดเล็ก เปลือกที่หนาเหนียวเมล็ดมีมากมาย และหนามตามลำต้นและกิ่งก้าน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีความทนทานแข็งแรงต่อดินฟ้าอากาศและโรคแมลงต่าง ๆ เหนือกว่ามะเขืออื่น ๆ โดยเฉพาะลักษณะยืนต้นข้ามหลาย ๆ ปี และลำต้นทรงพุ่มใหญ่โตเป็นพิเศษ ซึ่งไม่พบในมะเขือชนิดที่ปรับปรุงพันธุ์แล้ว
จึงอาจกล่าวได้ว่า มะเขือพวงเป็นมะเขือโบราณที่มีทวิลักษณะคือ ลักษณะที่ขัดแย้งกัน 2 อย่างคือ
ความใหญ่โตของทรงพุ่ม ซึ่งใหญ่ที่สุดในบรรดามะเขือด้วยกัน และขนาดเล็กของผลซึ่งเล็กที่สุดในบรรดา
ผลมะเขือนั่นเอง
ส่วนของมะเขือพวงที่นำมาใช้เป็นผักก็คือผลอ่อนที่มีสีเขียว หากใช้เป็นผักจิ้มนิยมทำให้สุกโดยการเผา ปิ้ง หรือย่าง พอให้ผิวกรอบหรือไหม้บางส่วน จะทำให้รสชาติดีขึ้น และผลนิ่มกว่าเมื่อยังดิบ นอกจากนี้ยังอาจนำไปลวกหรือต้มให้สุกก็ได้ แต่ไม่ค่อยนิยมกัน
ผลอ่อนดิบ นำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงป่าต่าง ๆ (ไก่ เนื้อ นก ปลา) แกงคั่ว (ไก่ ปลาไหล) แกงเขียวหวาน (ไก่ ลูกชิ้นปลา) แกงอ่อม (ปลาดุก) ซุปอีสาน และเครื่องจิ้มต่าง ๆ เช่น น้ำพริกมะเขือพวง น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกะปิ น้ำพริกขี้กา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกหอยแมลงภู่ น้ำพริกไข่เค็ม และปลาร้าทรงเครื่อง เป็นต้น
มะเขือพวงทำให้กลิ่นรสของเครื่องจิ้มต่าง ๆ มีความพิเศษออกไปจากปกติ นับเป็นความริเริ่มที่ชาญฉลาดของแม่ครัวไทยในอดีต ที่ยังคงสืบทอดมาจนทุกวันนี้ ทำให้เครื่องจิ้มของไทยมีความหลากหลาย สามารถตอบสนองรสนิยมของผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง อันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยที่ทำให้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั่นเอง
คนไทยนิยมใส่มะเขือพวงในอาหารบางประเภท เช่น ผัดเผ็ด แกงป่า แกงกะทิ และน้ำพริก สมัยก่อนแกงกะทิอย่าง แกงไก่ จะใส่มะเขือพวงเป็นปริมาณมาก ใส่ไก่น้อย เน้นการกินมะเขือเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันกลับตรงกันข้าม แกงไก่มักใส่ไก่มากกว่ามะเขือ และคนส่วนใหญ่ก็จะเลือกกินแต่ไก่ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไทยในปัจจุบันมีรูปร่างอ้วนกว่าคนสมัยก่อน
มะเขือพวงเป็นผักที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งสามารถดูดซึมไขมันในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยจับไขมัน
อิ่มตัว (ไขมันอันตราย)และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย ทั้งยังมีวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของเสียได้อีกด้วย
ผลดิบของมะเขือพวงใช้เป็นยาแก้ไอ ขับปัสสาวะ และช่วยย่อยอาหาร การกินผลมะเขือพวงดิบเป็นอาหาร
(เช่น ในเครื่องจิ้มชนิดต่าง ๆ) ก็คงมีสรรพคุณทางยาด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนรากของมะเขือพวงใช้รักษาโรค
ฝ่าเท้าแตก หรือโรคตาปลา
มะเขือพวงยังมีสรรพคุณอีกมากมาย เช่น ถ้านำทั้งต้น ใบ และผลสดล้างสะอาด หั่นเป็นท่อน ตากแห้งเก็บไว้ใช้ ปริมาณ 10-15 กรัม ต้มน้ำกิน ก็จะเป็นยาเย็นรสจืด ทำให้โลหิตหมุนเวียนดี แก้ปวด ฟกช้ำ ตรากตรำทำงานหนัก กล้ามเนื้อบริเวณเอวฟกช้ำ ไอเป็นเลือด ปวดกระเพาะ ฝีบวมมีหนอง อาการบวมอักเสบ ขับเสมหะ อีกทั้งยังสามารถใช้ภายนอก ตำพอก
นอกจากนี้ น้ำสกัดจากต้นมะเขือพวงใช้แก้พิษงู และพิษแมลงกัดต่อย
ผล รับประทาน ช่วยบรรเทาโรคปวดกระเพาะอาหาร
เมล็ด เอาไปเผาให้เกิดควัน เพื่อรักษาโรคปวดฟัน
ราก ใช้ตำพอกรอยแตกที่เท้า ,ใช้เป็นยาแก้ไอ ช่วยให้เลือดกระจายตัวดี และระงับความเจ็บปวด
ใบสด ใช้ห้ามเลือด ใช้เป็นยาระงับประสาท พอกให้ฝีหนองแตกเร็วขึ้น แก้ปวด ทำให้ฝียุบ แก้ชัก ไอหืด
ปวดข้อ โรคผิวหนัง ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ และแก้ซิฟิลิส
ผล ต้มน้ำกินแก้ไอในเด็ก
ราก ใช้ตำพอกเท้าแตกเป็นร่องเจ็บ
เมล็ด เผาสูดเอาควันรมแก้ปวดฟัน
ที่มา :นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม : 371
Ingredient
Executive Editor
วันที่โพส
08/08/2010 เวลา 17:46:40 ( เมื่อ 1020 วันที่แล้ว)
แก้ไข
19/08/2010 เวลา 19:07:10 ( เมื่อ 1009 วันที่แล้ว)
แก้ไขโดย
Ingredient
กรุณา Login ก่อนโพสครับ...
Copyright © 2011 FoodTravel.tv All Rights Reserved.
Truehits.net