ผู้ก่อตั้งคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ หรือเสี่ยเล็ก ตั้งใจจะสร้างเป็นศูนย์วัฒนธรรมแห่งโลกและโรงเรียนช่างสิบหมู่ซึ่งคุณเล็กได้ออกแบบร่วมกับช่างเมืองโบราณจนปั้นช้างเอราวัณต้นแบบออกมาได้สำเร็จ เป็นช้างสามเศียรเคลื่อนไหวอยู่ในท่าส่ายหัวยืนอยู่เหนือยอดโดมของอาคาร ซึ่งความสูงข้างช้างรวมตัวอาคารมีความสูงถึง 43.60 เมตรภายในท้องช้างเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุโบราณที่มีค่า วัตถุประสงค์ที่สร้างขึ้นก็เพื่อ สืบสานงานช่างศิลป์ไทย และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมแก่เยาวชนรุ่นหลัง พร้อมทั้งจัดเป็นสถานที่เก็บรักษาพระพุทธรูปและศิลปะวัตถุให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแก่ชนรุ่นหลัง
สถาปัตยกรรมภายในท้องช้างและตัวอาคารเป็นการสร้างที่มีเอกลักษณ์ตามคติโลกทัศน์ของชาวตะวันออก ซึ่งในส่วนของชั้นล่างเปรียบดั่งนครบาดาล โถงอาคารประดุจเขาสุเมรุ และในพื้นที่ของตัวช้างประดิษฐานพระพุทธรูปเปรียบดั่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
และภายในมีการประดับตกแต่งด้วยกระจกสี เป็นงานศิลปะในวัฒนธรรมตะวันตก ซึ่งติดตั้งอยู่ที่เพดานอาคารทรงโดมหรือชั้นโลกมนุษย์ของพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ มีปูนปั้นประดับเบญจรงค์ที่งดงามโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นหลัก พร้อมทั้งมีภาพจิตรกรรมสุริยจักรวาล ซึ่งมีดวงดาวต่างๆในระบบสุริยจักรวาลเรียงรายอยู่ และยังมีเสาหุ้มดีบุก ซึ่งเสาทั้งสี่ต้นภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณประดับด้วยดีบุกดุนลายจากฝีมือช่างชาวนครศรีธรรมราชและช่างเชียงใหม่
ที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-17.00 น. ค่าบัตรเข้าชมทั้งภายในและภายนอกตัวช้างเอราวัณรวมอาคาร ผู้ใหญ่ราคา 150 บาท/ท่าน และเด็ก ราคา 50 บาท/ท่าน เปิดเข้าชมเป็นรอบๆ ไป หรือจะเข้าชมแค่บริเวณรอบๆ ภายในสวน โยไม่รวมในอาคารและตัวช้างก็ราคา 50 บาท/ท่าน ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จะมีสวน และต้นไม้ สนามหญ้า น้ำตกจำลอง และมีสถานที่นั่งเล่นพักผ่อนใกล้ชิดกับธรรมชาติมากๆ นอกจากนี้ยังมีศูนย์อาหารหลายร้านให้เลือกรับประทานโดยต้องไปแลกคูปองก่อน