หน้าหลัก > ท่องเที่ยว > รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยว >


โฆษณา




ล่องแม่น้ำสามสีเรือคุณแม่ (ล่องเรือเจ้าพระยา ชม 3 วัฒนธรรม)

      

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว :

แม่น้ำสามสีอยู่ที่ไหน หลายท่านคงสงสัย อยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพ ประเทศไทยนี่เอง. แต่เป็นช่วงแม่น้ำที่มีชุมชนกำเนิดของ 3 วัฒนธรรม เมื่อ 100 ปีก่อน คือชุมชนชาวมุสลิม ชุมชนชาวจีน “จีจินเกาะ” และชุมชนชาวยุโรปดั้งเดิมบริเวณ “กุฎิจีน” “มัสยิดฮารูณ” “โบสถ์ซางตาครู้ส” ซึ่งทั้ง 3 ชุมชน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษจนชั่วรุ่นลูกหลาน เหลน โหลน...

ที่อยู่ ล่องแม่น้ำสามสีเรือคุณแม่ (ล่องเรือเจ้าพระยา ชม 3 วัฒนธรรม)  
พิกัด GPS
การติดต่อ
website http://www.ruakhunmae.com
สถานที่แนะนำ ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ชมวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำ
เวลาเปิดปิด
รายการที่1-12 จาก 71
รายการที่1-12 จาก 71
 
ล่องแม่น้ำสามสี

แม่น้ำสามสีอยู่ที่ไหน หลายท่านคงสงสัย อยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพ ประเทศไทยนี่เอง แต่เป็นช่วงแม่น้ำที่มีชุมชนกำเนิดของ 3 วัฒนธรรม เมื่อ 100 ปีก่อน คือชุมชนชาวมุสลิม ชุมชนชาวจีน “จีจินเกาะ” และชุมชนชาวยุโรปดั้งเดิมบริเวณ “กุฎิจีน” “มัสยิดฮารูณ” “โบสถ์ซางตาครู้ส” ซึ่งทั้ง 3 ชุมชน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษจนชั่วรุ่นลูกหลาน เหลน โหลน...

เรื่อง : ล่องแม่น้ำสามสีเรือคุณแม่

“เรือคุณแม่” ดำเนินการโดย บ. Siam River Cruise ดัดแปลงเรือกระแซงที่ใช้ขนข้าวในสมัยโบราณ ท้องเรือทรงเหมือนเมล็ดข้าว ทำจากไม้สักทั้งลำ ทุกลำผ่านมาตรฐาน “Thailand Tourism Standard”

เส้นทาง

- มัสยิดฮารูณ ผ่านศุลกสถาน เคยเป็นที่ทำการศุลกากรเก็บภาษีทางน้ำในสมัยร. 5
- ชมวิธีการทำ ชิม โรตี “Rotini” ของชุมชนมุสลิม และซื้อกลับบ้าน
- เทววิหาร พระเจดีย์ และมูลนิธิเผยแผ่คุณธรรม “เต๊กก่า” จีจินเกาะ
- โบสถ์ซางตาครู้ส สถาปัตยกรรมแบบเรเนซองส์และนีโอคลาสสิค
- เยี่ยมชมชุมชนกุฏิจีนขาว ดูวิธีการทำขนมฝรั่งกุฏิจีนที่ร้านแม่เป้า ขนมของชนชาติโปรตุเกสที่ถ่ายทอดมาสู่ชาวไทย เป็นขนมที่ยังใช้การอบด้วยเตาถ่าน ทั้งด้านล่างด้านบนจึงกรอบนอกนุ่มใน ไม่หวานจัด โรยหน้าด้วยลูกเกด ซื้อกลับได้ในราคา 4 ถุง 100 บาท
 
กินอิ่มท้องและสมอง
ระหว่างล่องเรือ ทุกคนจะได้ลิ้มลองน้ำสมุนไพร เช่น ดอกอัญชัน น้ำมะตูม รวมทั้งน้ำอัดลมและน้ำเปล่า กับขนมตาล ขนมฝรั่งกุฏิจีน และโรตีราดนมข้นหวานในกระทงใบตองเล็กๆ เมื่อขึ้นเรือแต่ละครั้งหลังจากแวะตามเส้นทางแล้วจะได้รับผ้าเย็นเช็ดไล่ความร้อน หลังจบTrip บนฝั่งประมาณ 17.00 น. ที่นั่งในเรือจะถูกแปลงโฉมเป็นโต๊ะนั่งทานอาหารมื้อเย็น รับลมชมวิวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ยามอาทิตย์อัสดงถูกแทนที่ด้วยแสง สี ที่ส่องให้เห็นภาพสถานที่สำคัญ พร้อมทั้งการให้ความรู้ เรื่องราวสถานที่ต่างๆที่เรือแล่นผ่านจากกูรูประจำ”เรือคุณแม่” ที่ชื่อว่าคุณป๊อป

อาหารจะเปลี่ยนเมนูไปตามวัฒนธรรมของการล่องเรือ บุฟเฟต์ที่ได้รับการจัดดูแล ตกแต่งให้น่าลิ้มลองและเติมไม่อั้นจากคุณแม่เจ้าของเรือ มื้อนี้มี
- ข้าวหมกไก่ โรตีแกงเขียวหวานไก่ วัฒนธรรมของชุมชนมุสลิม
- สปาเก็ตตี้ วัฒนธรรมของชุมชนยุโรป
- ข้าวมันปู ผัดผักรวมมิตร กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย น่องไก่เล็กทอดน้ำปลา ลาบ เป็นต้น
- ผลไม้ตามฤดูกาล ข้าวเหนียวมะม่วง ลูกชุบ ฟักทองสังขยา และอีกมากมาย

วัน-เวลา เดินทาง

ทุกวันเสาร์
13.30 น. ลงทะเบียนบริเวณหน้าร้าน Black Canyon ชั้น 1 ตึก River City ท่าน้ำสี่พระยา เรือออกเวลา 14.00 น. ที่ท่าน้ำของ River City
14.00-19.00 น. ล่องเรือขึ้นฝั่งตามแหล่งวัฒนธรรม 3 แห่ง โดยมีคุณป๊อปอธิบายให้ความรู้ตลอดทั้งในเรือและบนบก
วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เป็นการล่องเรือรายการที่ต่างกันไป สนใจสอบถามรายละเอียดโดยตรงได้ที่เรือคุณแม่ www.ruakhunmae.com

การแต่งกาย
ตามสบาย แต่สุภาพและไม่ควรใส่กางเกงขาสั้น เพราะการเข้ามัสยิดไม่อนุญาตให้ใส่กางเกงขาสั้น อาจนำผ้าถุงหรือผ้าผืนยาวนุ่งทับเวลาเข้ามัสยิด และเทววิหาร

แผนที่สู่ River City และการจอดรถ

ผู้นำรถไป จอดได้ที่ลานจอดรถ River City แล้วนำบัตรจอดรถไปประทับตราบนเรือ จอดได้ฟรี 1 ชั่วโมง
ถ้าไปถึงก่อนเวลาและหลังจากกลับขึ้นฝั่งแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมร้านค้าต่างๆ ใน River City ซึ่งมีลานแสดงงานศิลปะที่น่าชมบริเวณชั้น 1 สินค้าส่วนใหญ่คัดสรรมาแล้ว คุณภาพที่ดี สีสันสวยงาม โดยเฉพาะสินค้าไทย ราคาตามคุณภาพ เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงเป็นโรงแรม ส่วนใหญ่จึงเป็นชาวต่างชาติ สินค้าชิ้นไหนถูกใจ ราคาพอรับได้ก็หาซื้อมาใช้หรือให้เป็นของที่ระลึกเพื่อนฝูงต่างชาติก็ได้ เช่นถุงมือนักมวยไทย สำหรับจับของร้อนจากร้านธนู (Thanuu) เป็นต้น
 
โบสถ์ซางตาครู้ส /วัดซางคาครู้ส /Santa Cruze Church /ชุมชนกุฏิจีน
เป็นโบสถ์หรือวัดคาทอลิก ปีพ.ศ. 2312 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จเยี่ยมชุมชนแห่งนี้โดยมีคุณพ่อจั๊ด กอร์ พระชาวฝรั่งเศสซึ่งพาชาวคริสต์ทั้งไทย ญวน โปรตุเกสที่เคยอยู่ในสมัยอยุธยาลี้ภัยสงครามมาตั้งรกรากในบริเวณที่ดินนี้ ต่อมาได้พระราชทานสิทธิ์เหนือที่ดินบริเวณนี้ซึ่งตรงกับวันฉลองเทิดทูนมหากางเขน วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2312 คุณพ่อจึงตั้งชื่อแห่งนี้ว่า”ซางตาครู้ส” ซึ่งเป็นภาษาโปรตุเกส แปลว่า “ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์” ปี พ.ศ. 2313 สร้างวัดไม้ขึ้นเป็นวัดแรกมีอายุได้ 65 ปี และวัดหลังที่สองในปีพ.ศ. 2378 มีรูปแบบค่อนไปทางจีน ชาวบางกอกในยุคนั้นจึงเรียกแถบนี้ว่า “กุฏิจีน” วัดหลังนี้ใช้งานอยู่ 81 ปี ต่อมาคุณพ่อกูเรียลโม (Guillialmo) รวบรวมเงินสร้างวัดหลังใหม่เป็นหลังที่สาม ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบเรเนซองส์และนีโอคลาสสิค เปิดใช้ในปี พ.ศ. 2459 ใช้งานมาประมาณ 79 ปี จึงมีการบูรณะให้สวยงาม โบสถ์หรือวัดหลังปัจจุบันมีอายุกว่า 94 ปี มีระฆังที่ให้เสียงไพเราะถึง 16 ใบ เวลาตีต้องใช้มือกดแป้นซึ่งแข็งมาก ขณะนี้กำลังให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯธนบุรีเขียนซอฟต์แวร์เพลงที่ใช้ตีระฆัง คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนเดือนธันวาคม พ.ศ. 2554
 
เทศกาลมหาพรต
ช่วงต้นเดือนมีนาคม เป็นช่วงเทศกาลมหาพรตของชาวคริสต์เหมือนเทศกาลถือซีงอดของชาวมุสลิม มีการพลีกรรมด้วยการจำศีลอดอาหาร การบริจาคทานช่วยเหลือคนยากจน ทางโบสถ์ซางตาครู้สตั้งกระปุกหยอดเงินไว้ เงินเหลือจากการอดอาหารในบางมื้อก็จะถูกนำมาหยอดกระปุกเพื่อทำทาน เราจึงหาข้อมูลเพิ่มเติมจากWebsite ของชาวคาทอลิกที่งานเทศกาลมหาพรตหรือถือพรต ใช้ภาษาละตินว่า Quadragesima แปลว่า “ที่สี่สิบ” ภาษาอังกฤษแปลว่า “hent” คือช่วงเวลาที่เริ่มตั้งแต่ “วันพุธรับเถ้า” (Ash Wednesday) ไปจนถึงช่วงบ่ายของวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ กินเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ (7 สัปดาห์ในพระศาสนจักรตะวันออก) หรือ 42 วัน โดยหักวันอาทิตย์ออก ถือว่าเป็นวันปัสกา ทำให้เหลือ 36 วัน จึงต้องบวกวันให้ครบ 40 วัน โดยบวกวันเสาร์อีก 4 วัน อันเป็นช่วงเวลาแห่งการเตรียมตัว เข้าสู่เทศกาลมหาพรตรวมเป็น 40 วันพอดี มีขึ้นเพื่อเตรียมสมโภชปัสกา เพราะปัสกาเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองการที่พระเยซูทรงรับทรมาน สิ้นพระชนม์และทรงกลับคืนพระชนม์ชีพเพื่อกอบกู้มนุษยชาติให้คืนดีกับพระเจ้ามารับชีวิตร่วมกับพระองค์ คริสตชนเตรียมฉลองปัสกาด้วยเทศกาลถือพรตโดยการสวดภาวนา การทำศีลใช้โทษบาป การพลีกรรมด้วยการจำศีลอดอาหาร การบริจาคทานช่วยเหลือคนยากจน และร่วมพิธีกรรมต่างๆ อาทิ พิธีรับเถ้า



มัสยิดฮารูณ
มัสยิดฮารูณ ศุลกสถาน เรามีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวมุสลิมที่มัสยิดฮารูณ เมื่อขึ้นจากเรือก่อนเดินถึงมัสยิด จะผ่านศุลกสถานที่ตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาเป็นอาคารเก่าแก่ที่ทำการของด่านศุลกากรเก็บภาษีทางน้ำในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันยังหลงเหลือให้เห็นสถาปัตยกรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ใช้เป็นที่อยู่ของข้าราชการสถานีตำรวจน้ำบางรักที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ ผ่านเรือปันหยาซึ่งเป็นบ้านของนายด่านศุลการในสมัยร.5 เรือนนี้เดิมเป็นมัสยิด แต่มีการแลกเปลี่ยนกัน มัสยิดได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ ด้านบนของมัสยิดใช้เป็นที่ประกอบพิธีละหมาด และพิธีกรรมต่างๆของศาสนาอิสลาม ผู้ดูแลมัสยิดให้ความรู้เรื่องของการทำความสะอาดร่างกายทั้ง 5 จุดที่สัมผัสพื้นในการละหมาด ก่อนขึ้นไปทำพิธีต้องล้างมือ ข้อศอก จมูก หน้าและเท้าก่อน มีนาฬิกาบอกช่วงเวลารอบของการละหมาด ด้านบนยังปรากฏโคมไฟสีเขียวในสมัยร.5 ซึ่งร.6ทรงพระราชทานให้มัสยิดหลังพิธีพระบรมศพ ร.5 ในสมัยนั้นศาสนสถานของทุกศาสนาจะได้โคมไฟทุกแห่ง แต่มีรูปทรงที่แตกต่างกันไปตามศิลปวัฒนธรรมของแต่ละศาสนา นอกจากนั้นยังได้รับความรู้เรื่องประเพณีการแต่งงาน การทำพิธีฝังศพที่วางร่างศพนอนตะแคงขวาหันศีรษะไปทางทิศเหนือ และต้องฝังภายใน 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ตั้งยืนตรงแบบที่หลายคนเข้าใจผิด
โรตี
ที่ร้านโรตีนี่ (Rotini) แหล่งทำแผ่นแป้งโรตีราดนมข้น ห่ออย่างดี สี่งขายตามห้างต่างๆ เป็นร้านเล็กๆ ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านของชุมชนมุสลิม ใกล้มัสยิดฮารูณ ไปแถวนี้ต้องแวะชิมให้ได้ และอย่าลืมซื้อกลับบ้าน
จีจินเกาะ
สมาคมเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีจินเกาะ เป็นหนึ่งเดียวในองค์กรสมาชิกของสมาคมสหมิตรการกุศลเต็กก่าแห่งประเทศไทย ทำงานด้านเผยแผ่ธรรมะและงานกุศลสงเคราะห์ ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2495 ที่ทำการแห่งแรกตั้งอยู่ที่วัด สมณานัมบริหาร สะพานขาว กรุงเทพ ต่อมาได้ซื้อที่ดินบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อก่อสร้างเทววิหารและอาคารที่ทำการถาวร และจดทะเบียนเป็นมูลนิธิเผยแผ่คุณธรรมเพื่อการสงเคราะห์จีจินเกาะ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จในพิธีเปิดป้ายเทววิหาร เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2536 และวันที่ 10 สงหาคม 2544 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จในพิธีเปิดพระมหาธาตุเจดีย์พระจอมชาตรีไทย-จีน เฉลิมในวาระครบรอบ 50 ปี ซึ่งมีการก่อสร้างพระเจดีย์ ปัจจุบันยังปรากฏป้ายที่ทรงอักษรภาษาจีนให้มูลนิธิทั้ง 2 ป้าย ณ ที่แห่งนี้จัดว่าเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธทั้ง 3 ลัทธิ คือ มหายาน เต๋า และขงจื๊อ ก่อนขึ้นชมภายในเทววิหารมีการจุดธูปบูชาเทพเจ้าก่อน ทั้ง 3 ชั้นประดิษฐานเทวรูปองค์เทพต่างๆ ชั้นบนสุดเป็นเทวรูปของเง็กเซียนฮ่องเต้ กษัตริย์แห่งสวรรค์ ซึ่งมีความเชื่อว่าเง็กเซียนฮ่องเต้องค์ต่อไปคือเทพเจ้ากวนอู มองจากภายนอกด้านซ้ายมือของเทววิหารจะเห็นบ้านแห่งแรกของต้นตระกูลหวั่งหลีในเมืองไทย ที่ได้รับการบูรณะปรับปรุงทาสีขาว ขอบหน้าต่างสีเขียวให้สวยงาม




ข้อมูล
ขอขอบคุณข้อมูลจากเอกสาร “เรือคุณแม่”, คุณป๊อปไกด์ของเรือคุณแม่, ผู้ดูแลและนำชมมัสยิดฮารูณ, ผู้ดูแลและนำชมโบสถ์ซางตาครู้ส การทำขนมฝรั่งกุฏิจีน, เอกสารจากแหล่งวัฒนธรรมจีจินเกาะและโบสถ์ซางตาครู้ส, ข้อมูลเพิ่มเติมจาก www.catholic.or.th และ catholic.egat.co.th

 
 MrbookSpecial Reviewer
วันที่โพส     10/04/2011 เวลา 13:51:04 ( เมื่อ 1242 วันที่แล้ว)
แก้ไข         20/06/2011 เวลา 17:31:12 ( เมื่อ 1171 วันที่แล้ว)

แก้ไขโดย HOTEL

    
 
08/06/2011 5:15
เสียงบรรยายไม่ค่อยชัดเจน น่าจะเพิ่มเสียงบรรยายในห้องอัดเสียง เพิ่มรายละเอียดของสถานที่ ๆ ไป เช่น รูปเคารพในธรรมสถานแต่ละองค์มีรูปของใครบ้าง
 
พิธีกร น่ารักมาก